ควรเลือกเปลไกวแบบไหนจึงจะเหมาะกับลูกเรา

การเลี้ยงลูกนั้นถือเป็นงานช้างอีกงานหนึ่งเลยทีเดียว แต่ท่านจะเชื่อหรือก็สุดแล้วแต่ท่านว่า ปัจจุบันนี้งานเลี้ยงลูกนั้นสบายกว่าปลอกกล้วยเข้าปากอีกหากท่านมีตัวช่วยที่สำคัญตัวนี้นั่นก็คือเปลไกวแบบอัตโนมัติ เปลไกวแบบนี้มีชื่อเรียกกันไปต่างๆนานาเช่น เปลไฟฟ้า เปลไกวไฟฟ้า เปลอัตโนมัติอย่างนี้เป็นต้น และหากจะถามว่าเปลไกวแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับลูกของเรา เป็นคำถามปลายเปิดที่ตอบได้ง่ายมากๆนั่นก็คือ หากจะเลือกเปลไกวให้เหมาะสมกับลูกก็ต้องดูกำลังทรัพย์ของพ่อแม่เป็นสำคัญ เพราะจริงๆแล้วไม่ว่าเปลไกวแบบไหนก็มีคุณสมบัติพื้นฐานที่จำเป็นต่อการนอนของเด็กเหมือนกันนั่นคือ แคบ และเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา

อย่างที่บอกการเลือกเปลไกวให้เหมาะกับลูกของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากเพราะเปลไกวไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรือแบบอัตโนมัติ ก็สามารถใช้กับลูกน้อยเราได้ทั้งสองอย่าง อยู่ที่กำลังทรัพย์ของเรา แต่หากจะให้เลือกเปลที่ดีกว่าก็ย่อมเป็นไกวแบบอัตโนมัติอยู่แล้วเพราะนอกจากจะไม่ได้ไกวเปลเองแล้ว เปลแบบอัตโนมัตินี้ยังทำให้ลูกน้อยของเรานอนหลับได้อย่างสนิทอีกด้วย นอกจากจะหลับสนิท ยังหลับอย่างยาวนานด้วยนะสำหรับเด็กที่ได้ใช้ไกวแบบอัตโนมัติแต่เปลแบบอัตโนมัตินั้นจะราคาค่อนข้างแพงจึงเหมาะกับคนที่มีรายได้สูง ส่วนคนที่มีรายได้น้อยก็ควรที่จะมองไปที่เปลไกวแบบธรรมดาซะมากกว่า อย่าไปหวังที่จะใช้เปลไกวแบบอัตโนมัติเลย เดี๋ยวมันจะกลายเป็นหนี้เป็นสินอีก เพียงแต่เราต้องขยันไกวเปลขึ้นอีกหน่อยแค่นี้ก็ถือว่าไม่บกพร่องต่อหน้าที่แล้ว แต่ห้ามคิดที่จะไม่ใช้เปลไกวกับเด็กโดยเด็ดขาดเพราะการนอนหลับสนิทและยาวนานของเด็กนั้นเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเด็ก แถมยังเกี่ยวข้องกับความฉลาดของเด็กอีกด้วย ถือว่าสำคัญมากๆ

หากใครที่คิดจะเลี้ยงลูกแล้วแต่ไม่คิดที่จะใช้เปลไกวกับลูกนั้นก็เสมือนว่าท่านกำลังทำร้ายลูกท่านทางอ้อม เพราะอย่างที่บอกการนอนในเปลไกวนั้นว่าเป็นการนอนที่ดีที่สุดและหลับได้อย่างสนิทที่สุด หากเด็กไม่ได้นอนเปลไกว สิ่งแรกที่เด็กต้องเผชิญก็คือความกลัวเพราะเมื่อก่อนนั้นเขาเคยนอนในท้องของแม่ที่แคบๆและมืดๆแต่พอมาเจอพื้นที่กว้างๆและสว่างๆมันก็ย่อมทำให้การนอนของเขาเกิดปัญหา เกิดความกลัว ความไม่เคยชินทำให้เขานอนไม่หลับและเกิดปัญหามากมายในทีหลัง ส่วนการเลือกเปลไกวให้เหมาะสมกับลูกของตัวเองนั้นเลือกแบบไหนก็ได้ให้ดูที่กำลังทรัพย์ของตัวเอง

รีวิวเปลญวนเด็กจากคุณแม่ลูกสาม

สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันมารีวิวเปลญวนเด็กพร้อมลูกน้อยสามคนค่ะ น้องคนแรกชื่อน้องปิ่นอายุสีขวบแปดเดือนค่ะ คนที่สองน้องมุขอายุสามขวบพอดีและสุดท้ายน้องวันพรอายุสิบเอ็ดเดือนกับอีกสิบห้าวัน ลูกทั้งสามคนของดิฉันต่างก็ได้ใช้เปลญวนเด็กกันทุกคนค่ะ เพราะดิฉันได้รับคำแนะนำจากพี่สาวของสามีว่าเขาได้ใช้เปลญวนเด็กเหมือนกัน และบอกว่าอยากให้ดิฉันใช้เปลญวนเด็กกับน้องปิ่น(ลูกสาวคนแรก)เหมือนกัน เพราะมันดีมาก ดีต่อทั้งแม่เองและก็ดีต่อเด็กด้วย ดิฉันได้พี่เลี้ยงดีค่ะ ตอนใช้เปลญวนเด็กครั้งแรกก็เลยไม่มีปัญหา ต้องขอบคุณพี่สามากๆค่ะที่แนะนำน้องวันนี้

รีวิวเปลญวนเด็กครั้งนี้เริ่มจาก ขอบคุณพี่สาพี่สามีที่น่ารักที่คอยแนะนำน้องคนนี้ตลอดเวลาตั้งแต่การเลือกซื้อจนถึงการใช้งานและการดูแลรักษา ที่พี่สาบอกได้ระเอียดเลยก็เพราะพี่แกเคยใช้มาแล้ว ดิฉันจึงทำตามคำแนะนำของแกทุกอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่การเลือกซื้อคือ การเลือกซื้อเปลญวนเด็กนั้นต้องดูค่ะว่าตัวเปลที่ให้เด็กนอนนะกว้างเกินไปไหม ไม่เอาที่กว้างจนเกินไปค่ะเด็กจะนอนไม่หลับ ต้องหาอันที่แคบที่สุดที่พอจะให้ลูกนอนหงายได้พอดี ตรวจเช็คความเรียบร้อยของการยึดน็อตต่างๆ ตรวจสอบความแข็งแรงเบื้องต้นด้วยการกดลงไปในที่นอนของเด็กค่อนข้างแรง และสุดท้ายถามถึงการรับประกันสินค้าต้องมีการับประกันอย่างน้อยสามปี

พอมาถึงขั้นตอนการใช้ การใช้นั้นเทคนิคที่พี่สาบอกมาก็คือ ครั้งแรกๆต้องอุ้มน้องให้หลับก่อนที่อกเราอย่างน้อยหลังจากที่หลับแล้ว 15-20 นาทีแล้วค่อยวางลงเปลญวนเด็กที่เราเตรียมเอาไว้ ดิฉันก็ทำตามค่ะ น้องปิ่นนี่หลับสบายเลย และหลังจากนั้นต้องไกวต่ออีกประมาณ 20-30 นาทีแล้วค่อยเดินเครื่องให้เปลญวนเด็กไกวเปลต่อ เป็นคำแนะนำที่ได้ผลมากๆเลยค่ะเพราะดิฉันก็กลัวว่าลูกจะร้องตอนเอานอนเปลใหม่ๆ

หลังจากที่ได้รับคำแนะนำและดิฉันก็ได้ทำตามจนประสบความสำเร็จในการใช้เปลญวนเด็กกับน้องปิ่น(ลูกคนแรก) น้องมุขลูกสาวคนที่สองก็ได้ใช้เปลญวนเด็กของพี่ปิ่นต่อเลยค่ะ น้องมุขก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะก็อย่างว่านั่นแหล่ะ ผ่านคนแรกมาแล้วมันก็เลยดูง่ายหน่อย และมาน้องวันคนชายคนสุดท้องก็ยังได้ใช้เปลญวนเด็กตัวเดียวกับที่พี่ๆใช้เลยค่ะ เรียกว่าเปลญวนเด็กใบนี้สามารถใช้ได้ถึงสามคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากมายๆสุดๆค่ะ ทั้งประโยชน์ที่ดิฉันได้รับทั้งที่ลูกได้รับนับว่าคุ้มค่าที่สุดในสามโลกเลยค่ะ

เปลไกวเด็ก ตัวช่วยเพิ่มเวลาขั้นเทพ

คุณพ่อคุณแม่หัวสมัยใหม่ Gen Y ที่กำลังลังเลว่าจะซื้อเปลไกวเด็กดีหรือเปล่า เพราะบางครอบครัวอาจคิดว่าการให้ลูกนอนร่วมเตียงกับพ่อแม่ จะทำให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดแห่งรักของพ่อและแม่อย่าเต็มที่  ถ้าซื้อเปลไกวเด็ก ปล่อยให้ลูกนอนเปลเพียงลำพัง อาจทำให้ลูกว้าเหว่ได้ อยากชวนให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณาอีกมุมหนึ่ง

ลูกน้อยที่เพิ่งคลอดมามีขนาดตัวเล็กมาก เนื้อตัวแขนขาอ่อนแอบอบบาง ลองนึกถึงลูกนกที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลก ตัวอ่อนแทบจะหักเลยทีเดียว ลูกเราก็ไม่ต่างกัน ถ้าให้นอนเตียงเดียวกับเรา พ่อแม่มีขนาดตัวใหญ่กว่ามาก เมื่อหลับไป อาจไม่รู้ตัว พลิกไปทับลูกน้อยได้ ข่าวแบบนี้ มีปรากฎให้เห็นทางหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์อยู่บ่อยๆ  รักและห่วงใยลูกน้อย ให้ลูกนอนในเปลไกวเด็กเถอะค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถลุกขึ้นมาดูแล ป้อนนม จับพลิกตัวได้ตลอด ลูกน้อยจะได้มีพื้นที่ส่วนตัว พลิกตัว ขยับแขนขาในเปลไกวเด็กได้อย่างมีความสุข ดีกว่ากันเยอะเลย

เข้าใจตรงกันแล้ว คราวนี้ ไปทำความรู้จักกับประเภทของเปลกันดีกว่า เปลไกวเด็กมี 2   แบบ ดังนี้

แบบที่ 1 เปลไกวเด็กที่ใช้มือไกว แบบดั้งเดิม  ต้องไกวจนกว่าลูกน้อยจะหลับ บางครั้งที่คิดว่าหลับแล้ว หยุดไกว ลูกกลับตื่นขึ้นมาอีก จังหวะการไกวที่ไม่สม่ำเสมอ หรือไกวแรงเกินไป อาจทำให้ลูกหลับไม่สบายได้ และส่วนใหญ่ต้องอยู่นั่งเฝ้าลูก หากมีงานที่ต้องทำ จะต้องรีบไปทำให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะมีโอกาสสูงที่ลูกจะผวาตื่น

แบบที่ 2 เปลไกวเด็กไฟฟ้า ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดที่ส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของเปล ใช้ไฟฟ้าไกวแปลแทนแรงคน ช่วยประหยัดแรงของคุณพ่อคุณแม่ได้มาก เพราะเป็นระบบไฟฟ้า จึงถูกออกแบบให้มีจังหวะการไกวที่ได้มาตรฐาน จังหวะเหวี่ยงไกวสม่ำเสมอ แน่นอน  ไม่มีแรงกระชากเหมือนแรงคน เด็กน้อยจึงหลับอย่างสบาย นอกจากนี้ สามารถกำหนดระยะเปิด-ปิดเครื่องได้ หมดกังวลเรื่องลืมปิดสวิทซ์ไฟ

เพิ่มมูลค่าด้านเวลา เอาเวลาที่ต้องไกวเปล ไปทำงานอย่างอื่นได้มากขึ้น เช่น ปั๋มนม ทำงานอยู่ข้างๆ  อ่านนิทานดีๆ ให้ลูกฟัง ร้องเพลงกล่อม สลับกับการเปิดซีดี ขณะที่ลูกนอนหลับอยู่ในเปลไกวเด็กนั้น จิตใต้สำนึกยังทำงานตลอดเวลา ดังนั้น จึงเป็นช่วงเวลาทองที่จะได้มอบสิ่งดีดีให้กับลูกน้อยด้วยเสียงของคุณพ่อคุณแม่เอง ซึ่งเป็นเสียงที่ลูกชอบฟังยิ่งกว่าเสียงอื่นใด

การเลือกซื้อเปลไกวเด็กก็ไม่ยาก ให้ยึดหลักคุณภาพของวัสดุที่ใช้ แข็งแรง ทนทาน  ราคาต้องเหมาะสม ถ้าเป็นเปลไกวเด็กไฟฟ้า ควรทดสอบการทำงานของระบบไฟฟ้าด้วยว่าทำงานดีจริง เครื่องเดินเงียบ ไม่มีสะดุด อย่าซื้อเพราะเขาบอกว่าดี เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เปลไกวเด็กไฟฟ้าที่ดีทั้งคุณภาพ และราคามาช่วยเลี้ยงลูกน้อยแล้วค่ะ

ข้อดีของเปลไกวแต่ละแบบ

เปลไกวเด็กนั้นมีมากมายหลายชนิดเหลือเกินในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งก็ย่อมจะเป็นผลดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อเปลแต่ท่านรู้หรือไม่ว่าเปลไกวที่ท่านจะเลือกซื้อนั้นแต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง ไม่ใช่ว่ามีเยอะแล้วจะเลือกอันไหนก็ได้ซึ่งมันอาจจะส่งผลเสียในภายหลังได้ วันนี้เราจึงมาดูถึงข้อดีของเปลไกวกันก่อนว่าแต่ละอย่างมีข้อดีอย่างไรกันแน่ ส่วนข้อเสียนั้นคงต้องรอบทความน่าเนื่องจากแค่ขอดีคงสาธยายกันไม่หมดแล้ววันนี้ สำหรับเปลไกวแต่ละชนิด

ในที่นี้เราจะแยกเปลไกวออกเป็นสองชนิดนั่นก็คือ เปลไกวแบบธรรมดา และ เปลไกวแบบอัตโนมัติ การแยกเปลไกวของเรานั้นเราแยกตามลักษณะของการไกวของเปล เปลไกวแบบธรรมดาก็หมายถึงเปลไกวทุกประเภทที่ต้องใช้แรงคนในการไกวเปลตลอดเวลา ส่วนเปลไกวแบบอัตโนมัตินั้นเป็นเปลไกวประเภทที่ไม่ได้ใช้แรงคนในการไกว สำหรับข้อดีของเปลไกวแบบธรรมดานั้นอยู่ที่ราคาถูก นี่คือข้อดีที่โดดเด่นของเปลไกวชนิดนี้ ราคาของเปลไกวธรรมดานั้นถูกว่าเปลไกวอัตโนมัติเกือบจะสองถึงสามเท่าเลยทีเดียว

ส่วนข้อดีของเปลไกวแบบอัตโนมัตินั้นมีหลายอย่างเริ่มตั้งแต่ที่เด่นที่สุดก็คือไม่ต้องมีคนไกวเปลก็สามารถไกวได้เองเพราะมีเครื่องไกวเปลติดตั้งอยู่กับเปลไกวเด็กทำให้เปลไกวชุดนั้นไกวได้ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องให้เครื่องไกวเปลทำงาน นำความสะดวกสบายอย่างยิ่งมาให้พ่อกับแม่ของเด็ก ข้อเด่นอีกอย่างคือทำให้ลูกน้อยของเรานอนหลับได้อย่างสนิทและหลับได้ยาวนาน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเปลไกวแบบอัตโนมัตินั้นสามารถไกวได้ด้วยจังหวะที่คงที่สม่ำเสมอ ไม่มีจังหวะกระชาก ทำให้การหลับของเด็กนั้นหลับสบายอย่างต่อเนื่องไม่มีอาการตกใจ ซึ่งเป็นผลดีต่อเด็กมากๆ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การนอนหลับสนิทและยาวนานของเด็กนั้น ความสำคัญอย่างมากเพราะมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก

ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงข้อดีที่เด่นๆของเปลไกวแต่ละชนิดเท่านั้นนะครับ ถ้าจะเอาให้ครบคงยาก เอาแค่ข้อดีที่เด่นๆไปประกอบการตัดสินใจกันก่อนนะครับ แต่โดยปรกติแล้วข้อดีของเปลไกวนั้นมีเขียนกันไว้มากมายหลายเว็บหลายที่อยู่เช่นกัน จึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนักเพราะสามารถหาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ส่วนข้อดีของเปลไกวที่เราได้กล่าวไปแล้วนั้นก็คงน่าจะพอเป็นข้อมูลให้ท่านที่กำลังค้นหาข้อมูลเปลไกวได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

เปลไฟฟ้าเปลที่คุณแม่ไว้วางใจ

เปลไฟฟ้าเป็นเปลที่ชื่อดูเหมือนจะมีอันตรายแฝงอยู่ เพราะคำว่าไฟฟ้าใครก็รู้สรรพคุณของไฟฟ้าดีว่าอันตรายขนาดไหน เปลไฟฟ้าก็ต้องเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งแน่ๆเลย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะคิดกันแบบนั้นเพราะชื่อเปลเองทำให้มันเป็นเรื่องน่ากลัวทั้งๆที่มันไม่น่ากลัวอะไรเลยซักนิด จริงๆถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เปลไฟฟ้าอยู่เหมือนกัน เปลี่ยนเป็นเปลน่ารัก เปลคึกคัก อะไรประมาณนี้น่าจะดูดีกว่าเปลไฟฟ้าอย่างแน่นอน

จริงๆแล้วคำว่า เปลไฟฟ้าที่เราเรียกขานกันนั้นเป็นแค่เพียงชื่อเท่านั้น ชื่อที่ค่อนข้างจะดูโหดร้ายเกินความเป็นจริง เปลไฟฟ้านั้นจริงๆแล้วมันไม่ได้อันตรายอย่างที่ชื่อของมันบอกหรอก เพราะเปลไฟฟ้านั้นจะใช้กำลังไฟเพียง 16-20 โวลต์เท่านั้นในการไกวเปล โดยกำลังไฟเพียง 16-20 โวลต์นี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตใดๆได้อย่างแน่นอนเพราะไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ตามบ้านของเรามีกำลังไฟถึง 220 โวลต์ ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วกำลังไฟที่เปลไฟฟ้าใช้นั้นมีเพียง 1 ส่วนจากทั้งหมด 12 ส่วน คือถ้าไฟฟ้ารั่วหรืออะไรยังไงทำให้ไฟฟ้าสามารถวิ่งมาที่ตัวเด็กได้เด็กจะรู้สึกแค่คันๆเหมือนมีแมลงไต่เท่านั้นเอง และความปลอดภัยของเปลไฟฟ้านั้นยังไม่หมดเท่านี้ นอกจากกำลังไฟที่ใช้เพียงนิดหน่อยแล้ว เปลไฟฟ้ายังหุ้มส่วนที่เป็นเหล็กทั้งหมดด้วยฉนวนกันไฟอย่างดี แข็ง ทนทาน และที่สำคัญหุ้มทุกส่วนของเปลไฟฟ้าไว้หมดเลย ถ้าไม่ถูกไฟไหมหรือจงจงใจทำลายแค่โดนนิดๆหน่อยไม่มีทางที่จะเป็นแผลอยู่แล้ว ฉะนั้นพ่อแม่ก็มั่นใจในความปลอดภัยของเปลไฟฟ้าได้เลย ไม่ต้องห่วง อีกเหตุผลที่จะทำให้พ่อแม่มั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นก็คือ เปลไฟฟ้านั้นใช้กันมานานมากแล้วในต่างประเทศในประเทศที่พัฒนาแล้ว และที่สำคัญองค์การอาหารและยาโลกหรือ WTO นั้นได้ให้การยอมรับแล้วว่าปลอดภัยสามารถใช้งานกับเด็กได้

จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะพอมั่นใจได้ว่าเปลไฟฟ้านั้นไม่ได้มีอันตรายใดๆเลยที่จะเกิดกับลูกน้อยของเราได้เลย เพียงชื่อเท่านั้นที่ทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่ามันจะมีอันตรายไหม แต่ก็คงเข้าใจและยอมรับในความปลอดภัยกันอยู่แล้ว ถ้าไม่เช่นนั้นเปลไฟฟ้าก็คงไม่ถูกซื้อมาใช้กันเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างนี้ และที่สำคัญนั้นเปลไฟฟ้าดูเหมือนจะเป็นค่านิยมใหม่ที่คนไทยกำลังสร้างกันขึ้นมาเอง ด้วยนิสัยรักสบายของคนไทย ทำให้อะไรที่มันสามารถสร้างความสะดวกสบายได้ตกเป็นเครื่องมือของคนไทยทั้งหมด

เปลญวนเด็ก ครบเครื่องเรื่องความสบาย

เปลญวนเด็ก ที่คุณแม่ทั่วประเทศแนะนำให้ใช้ เพราะมันคือที่สุดของการนอนหลับสบายเหนือกว่าที่นอนทั่วไปแล้วคุณพบกับความแตกต่างอย่างน่าเหลือเชื่อ อาณาจักรแห่งการนอนที่มีแต่ความสบายของตัวน้อย เพื่อการใช้ชีวิตที่ดีและการพัฒนาศักยภาพต่อการเจริญเติบโตอย่างสมวัย เราจึงใส่ใจทุกการผลิต เน้นออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างสวยหรูและลงตัวกับลูกน้อยที่สุด รับประกันคุณภาพ ปลอดภัย 100 % ใช้งานได้ทนทานแข็งแรงแล้วคุณจะบอกว่ามันคุ้มค้าจริงๆ เพื่อคนที่เรารัก ควรเลือกเตรียมพร้อมสิ่งที่ดีให้กับเขาเถอะค่ะ

คุณสมบัติอันเลอค้าของ เปลญวนเด็ก

  • ประกอบง่ายเพียงไม่กี่นาที พกพาสะดวก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ สุขใจทุกการเดินทาง
  • รองรับน้ำหนักได้มาก เหมาะสำหรับเด็กน้อย-เด็ก 7 ขวบเลยทีเดียว
  • โครงสร้างทำจากเหล็กอย่างดี แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน ราคาคุ้มค่า
  • ผ้าที่ใช้นุ่มนวล น่านอนสีสันสวยงาม เป็นผ้า 2 ชั้น ยืดหยุ่นได้ดี ปลอดภัยหายห่วง ระบายอากสได้ดีเยี่ยม

เปลญวนเด็ก ตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้า ใส่ใจทุการดูแล ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพดีเยี่ยม แข็งแรงทนทานอยู่เป็นเพื่อรู้ใจคุณและเจ้าตัวน้อย จากรุ่นสู่รุ่นพัฒนาเรื่อยๆ จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เพราะเราอยากเห็นทุกครอบครัวมีการใช้ชีวิตที่ดีเและเตรียมความพร้อมมอบสิ่งดีๆ ให้กับสมาชิกใหม่ เพื่อให้เขาได้เกิดมาใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ สบายไปทุกอย่าง ใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉาะช่วงแรกเกิดจึงต้องอยากอยู่ในอ้อมกอดของคุณแม่ แต่คุณจึงมั่นใจได้กับผลิตภัณฑ์ของเรา การออกแบบที่เหมาะกับสรีระร่างกายเด็กพอดี เมื่อลูกได้สัมผัสจึงอยากนอนไม่อยากลุกขึ้นมาเลย นอนหลับนาน หลับสนิท เย็นสบาย ตื่นนอนมาพร้อมกับความสดใส เพื่อรับสิ่งใหม่ๆในการพัฒนาศักยพภาพที่ดี มีการเจริญเติบสมวัย เพราะการนอนเป็นสิ่งสำคัญช่วยในเรื่องระบบประสัมผัสและสมองได้ดีเยี่ยม

วิธีการเสริมสร้างบรรยากาศในการนอน ร่วมกับการใช้เปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติ

ถึงแม้ว่าคุณพ่อและคุณแม่ จะได้จัดการเลือกซื้อเปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติมาให้กับลูกน้อยแล้วก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำให้ลูกน้อยนอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบายและยาวนาน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่นับได้ว่ามีความสำคัญไม่แตกต่างกัน นั่นก็คือ การส่งเสริมบรรยากาศในการนอนให้กับเด็ก ๆ ร่วมกับการใช้เปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติที่ดีและมีประสิทธิภาพ ส่วนวิธีการส่งเสริมบรรยากาศในการนอนจะมีวิธีไหนบ้าง เราไปดูกันเลย

1.การตกแต่งห้องนอนของเด็ก ๆ ให้ดูดีมีความเหมาะสม

การตกแต่งห้องนอนของเด็ก ๆ หรือพื้นที่ในการนอนของเด็ก ๆ ให้ดูดีและมีความเหมาะสม ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีของการเสริมสร้างบรรยากาศในการนอน แต่ในส่วนของการตกแต่งนั้น คุณพ่อและคุณแม่สามารถเน้นลายการ์ตูนที่เหมาะกับเด็ก ๆ ได้ แต่ก็ไม่ควรเน้นสีสันที่ฉูดฉาด เพราะจะทำให้เป็นจุดสนใจของเด็ก ๆ เสียมากกว่า ทำให้พวกเขานอนหลับได้ยากมากขึ้น ต่อให้มีเปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติ แต่ก็นับได้ว่าการตกแต่งห้องด้วยสีสันที่ฉูดฉาด เป็นสิ่งที่ควรหลีกเหลี่ยงอย่างมากที่สุดค่ะ

2.ห้องควรมีความโล่งสบายและมีอากาศที่ปลอดโปร่ง

การสร้างบรรยากาศภายในห้องนอนของเด็ก ๆ ให้มีความปลอดโปร่ง โล่งสบาย นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย สามารถนอนหลับบนเปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากห้องมีอากาศร้อน อบอ้าว และมีกลิ่นอับ เด็ก ๆ ก็คงจะไม่ชื่นชอบและรู้สึกไม่สบายตัวในการหลับนอนเป็นแน่ ถึงแม้ว่าเปลเด็กแบบอัตโนมัติจะมีคุณภาพที่ดี แต่บรรยากาศในห้องก็ควรที่จะดี มีอากาศที่โล่งโปร่งสบายตามไปด้วย

3.ไม่ควรมีกลิ่นน้ำยาซักผ้าตามผ้าคลุมเปลหรือเบาะที่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณแม่ควรระมัดระวังอย่างมากที่สุด นั่นก็คือ การซักเบาะที่นอน หรือแม้กระทั่งผ้าคลุมเปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติด้วยน้ำยาซักผ้าที่ไม่มีกลิ่นฉุน หรือมีกลิ่นที่รุนแรง เพราะจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองแก่เด็ก ๆ ในยามหลับนอนได้เช่นเดียวกัน ควรเลือกใช้น้ำยาซักผ้าที่มีกลิ่นอ่อน ๆ เหมาะสมสำหรับเด็ก ๆ ถึงจะดีที่สุดค่ะ

การส่งเสริมบรรยากาศในการนอน ผ่านการตกแต่งห้องหรือแม้กระทั่งระมัดระวังในเรื่องของกลิ่นน้ำยาซักผ้า นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการนอนของเด็ก ๆ ได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าคุณพ่อและคุณแม่จะได้เลือกสรรเปลไกวเด็กแบบอัตโนมัติให้กับเด็ก ๆ แล้วก็ตาม แต่ถ้าหากคุณแม่ให้ความสนใจ ที่จะส่งเสริมบรรยากาศในการนอนของเด็ก ๆ เพิ่มเติม ก็จะยิ่งส่งผลทำให้เด็ก ๆ สามารถนอนหลับได้เต็มอิ่มอย่างยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

เปลเด็กอ่อนกับธรรมชาติของเด็กเล็ก

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมากๆเลยทีเดียวนะคะ ที่จะต้องเลี้ยงลูกน้อยตัวเล็กๆ ที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกได้เพียงไม่นาน   ยิ่งในช่วงสองสามสัปดาห์แรกถือว่าเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างมากเลยในการให้เวลาลูกน้อยในการปรับตัวให้เคยชินกับสภาพแวดล้อมที่อยู่ภายนอกครรภ์ จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะตื่นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ในช่วงแรกๆ เราอาจจะต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็กในวัยนี้กันก่อน ว่าเขาอาจจะมีตื่นขึ้นมาร้องไห้บ้างในตอนกลางคืนหรือแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เราไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เราต้องรีบกุลีกุจอมาดุเขาด้วยความเป็นห่วง นานวันเข้าก็ทำให้เราพักผ่อนไม่พอ แถมคุณแม่บางคนก็ยังมีแผลคลอดหรือแผลผ่าตัดที่ยังคงต้องรักษาอยู่ ถ้าหากมีการพักผ่อนน้อยก็อาจจะทำให้เกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยได้  เพราะฉะนั้นเปลเด็กอ่อนจึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ในการเลี้ยงลูกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเลยล่ะ เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยโบราณได้ใช้กันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แต่เป็นเพราะในสมัยก่อนนั้น คนไทยส่วนใหญ่มักจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ และมีเวลาว่างในการเลี้ยงลูกเนื่องจากไม่ค่อยได้ออกไปทำงานนอกบ้านกันมากนัก  การเลี้ยงลูกจึงเป็นไปอย่างง่ายดายเพราะมีการช่วยเหลือต่อกัน แต่สังคมไทยในปัจจุบันนั้นมักจะอาศัยอยู่ในครอบครัวที่เล็กหรือเป็นครอบครัวเดียวที่มีเพียงพ่อ แม่ และลูก เมื่อสามีต้องออกไปทำงาน ภาระหน้าที่ทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของเราแม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงลูก งานบ้านที่จะต้องทำให้สะอาดเรียบร้อย เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ที่เราจะต้องอาศัยเครื่องผ่อนแรงอย่างเปลเด็กอ่อน เพราะจะได้เป็นการเพิ่มเวลาว่างให้เราได้มีเวลาในการพักผ่อนมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งอุ้มลูกจนเมื่อยเหมือนที่ผ่านๆ มากันแล้ว จัดได้ว่าเปลเด็กเป็นอุปกรณ์ของใช้เด็กที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ในยุคนี้สมัยนี้ เพราะมันเป็นตัวช่วยที่จัดได้ว่าดีมากๆในการช่วยเหลือคุณแม่มือใหม่ในการกล่อมลูกให้นอนหลับได้ง่ายและยาวนานยิ่งขึ้น เพราะหากคุณแม่มีเวลาแม้กระทั่งการพักผ่อนนั้น จะเกิดผลเสียทั้งต่อตัวคุณแม่และคุณลูกเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ถ้าหากลูกเกิดอาการกลัวเราก็ต้องปลอบโยนและช่วยเหลือลูกด้วย เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะทำให้เขานอนหลับยากกว่าเดิมได้ ถ้าลูกกลัวความมืดก็เปิดไฟสลัวๆ ทิ้งไว้ และพูดให้ความมั่นใจว่าพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ ถ้าหนูกลัวก็เรียกได้นะ และเขาก็จะกล้านอนคนเดียวในที่สุดค่ะ

เปลไกวช่วยลูกพักผ่อนเต็มที่

หากลูกรักตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน เราก็คงต้องลุกขึ้นมาอุ้มลูกเดินไปรอบๆห้องเพื่อกล่อมให้เขานอนหลับใช่ไหมคะ ซึ่งในบางวันที่เราทำงานบ้านหรือทำธุระมาเหนื่อยก็อาจจะต้องการพักผ่อน ซึ่งในบางครั้งที่ลูกรักไม่ยอมนอนซักที ทำให้เราต้องง่วนอยู่กับการกล่อมให้ลูกหลับนั้น ก็อาจจะส่งผลทำให้สภาพร่างกายของเราแย่ได้

สาเหตุที่ลูกร้องก็มักจะมาจาก ผ้าอ้อมเปียก หิวนม หรือในบางครั้งก็ร้องแบบไม่มีสาเหตุ ซึ่งในขั้นแรกก็ไม่ควรเข้าไปอุ้ม เพราะอาจจะทำให้เขาตื่นและหลับใหม่ได้ยาก หากอยากให้ลุกน้อยหลับได้นานในขวบปีแรกนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์เลี้ยงลุกที่เรียกว่าเปลไกวเอาไว้ด้วย เพราะเจ้าสิ่งนี้จะเป็นตัวทุ่นแรงได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ เพราะลมที่พัดมาโดนหน้าเอื่อยๆ บวกกับเปลที่โยกซ้ายขวาจะทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินและหลับไปได้ หากเขาหลับสนิทในช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตนั้น เขาก็จะกลายเป็นเด็กที่มีพัฒนาการสมวัย ยิ้มง่าย อารมณ์ดี  เพราะฉะนั้นนอกจากการที่ลูกจะนอนหลับสนิทได้อย่างยาวนานแล้ว เราก็ต้องฝึกให้ลูกนอนให้เป็นเวลาเพื่อเป็นการฝึกพัฒนาการให้สมวัยและฝึกวินัยไปในตัว  เหตุผลที่เราต้องควบคุมการนอนกลางวันของลูกด้วยก็เพราะว่า หากเขานอนในช่วงเวลากลางวันมากเกินไปก็อาจจะทำให้เขาไม่ยอมนอนในเวลากลางคืนได้  เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ในแต่ละวันก็อาจจะให้ลูกนอนกลางวันสัก 3 ชั่วโมง แล้วปลุกเขาขึ้นมาเล่นหรือกินนมเพื่อไม่ให้เขานอนในเปลไกวนานเกินไป

หรืออาจจะสอนให้เขารู้ว่าได้เวลานอน ด้วยกิจกรรมซ้ำๆที่ทำทุกวัน เช่น การอาบน้ำก่อนนอน แปรงฟันก่อนนอน นวดเขาด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนเพื่อช่วยผ่อนคลายก่อนที่ลูกจะต้องเข้านอน หรืออาจจะการเล่านิทานเด็กๆ ที่มีผลต่อพัฒนาการของลูกก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้หนังสือนิทานสำหรับเด็กเค้าก็พัฒนาให้มีเสียงของตัวละครกันแล้ว เมื่อลูกเริ่มง่วง คุณแม่ก็ควรพูดกล่อมเขาด้วยเสียงเบาๆ แล้วค่อยๆวางลูกลงในเปลไกว ค่อยๆ ไกวอย่างเบามือเพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลายและผล็อยหลับไปเอง จำไว้อย่างหนึ่งว่าหากลูกสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็ให้ไกวเปลต่อไปเรื่อยๆ เพราะลุกจะสามารถรับรู้ได้ว่าเราอยู่ข้างๆ และเขาก็จะเผลอหลับไปอีกครั้ง อย่าไปอุ้มลุกขึ้นมาเพื่อกล่อมเด็ดขาดถ้าหากว่าเขาไม่ได้ร้องไห้เสียงดัง เพราะจะทำให้เขาหลับยากหรือไม่หลับต่อก็ได้นะคะ

5 ข้อห้ามไม่ควรทำก่อนนอน เปลไกวเด็ก

การนอนใน เปลไกวเด็ก เป็นเรื่องที่คุณแม่สร้างความคุ้นเคยให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่ง เปลไกวเด็ก ถือเป็นเครื่องใช้ที่คุณแม่หลายบ้านเลือกใช้เพราะ เปลไกวเด็ก ช่วยอำนวยความสะดวกในการนอนให้กับลูกน้อย เพราะการนอนถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับวัยเด็ก โดยการนอนใน เปลไกวเด็ก มีข้อห้ามที่คุณแม่ควรรู้โดยมีข้อห้ามดังนี้

ห้ามเล่นกับลูก

ในเวลาก่อนนอน เปลไกวเด็ก คุณพ่อและคุณแม่ไม่ควรเล่นกับลูกอย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อเล่นกับลูกจะทำให้เด็กติดเล่นและไม่ยอมนอน หรืออาจทำให้เกิดอาการผวา สะดุ้งตื่น หรือหลับๆ ตื่นได้ ดังนั้นเมื่อคุณแม่ให้ลูกนอนใน เปลไกวเด็ก หรือก่อนนอนก็ตามไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเล่นกับลูกเพื่อให้ลูกได้นอนอย่างเต็มอิ่มที่สุด อีกทั้งยังเป็นการทำให้สมองได้พักผ่อนเมื่อตื่นก็พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ

ห้ามกินนมจนอิ่ม

คุณแม่ไม่ควรที่จะให้ลูกกินอิ่มแล้วนอนใน เปลไกวเด็ก อย่างทันที คุณแม่ควรจะจับลูกเรอก่อนและทิ้งเวลาไว้สักพักก่อนนอนทันที เพราะหากให้ลูกนอนทันทีอาจทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดท้อง เมื่อลูกมีอาการอึดอัดท้องก็อาจทำให้เกิดอาการงอแงร้องไห้ หรือไม่ยอมนอนได้ด้วย

ห้ามนอนหลับก่อน

คุณแม่ไม่ควรที่จะให้ลูกหลับจากที่อื่นก่อนที่จะมาวางใน เปลไกวเด็ก อย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้เด็กไม่คุ้นชิน และหากตื่นมาและพบว่ามีการเปลี่ยนที่นอนก็อาจทำให้เด็กร้องไห้ได้ ซึ่งคุณแม่ต้องเปลี่ยนเป็นฝึกให้นอนใน เปลไกวเด็ก ขณะที่ยังไม่หลับเมื่อเริ่มมีอาการง่วงก็ให้นอนในเปลทันทีเพื่อสร้างความเคยชินให้ลูก

ห้ามไม่ได้อาบน้ำ

คุณแม่ไม่ควรที่จะให้ลูกนอนใน เปลไกวเด็ก โดยที่ยังไม่อาบน้ำ เพราะลูกจะรู้สึกไม่สบายตัว และรู้สึกระคายเคืองผิวทำให้เกิดอาการหงุดหงิดและนอนไม่หลับ ดังนั้นก่อนนอน เปลไกวเด็ก ทุกครั้งจึงควรอาบน้ำก่อนนอนให้กับลูก เพื่อสร้างความสบายเนื้อสบายตัวให้กับลูก และช่วยทำให้หลับสนิทมากยิ่งขึ้น

ห้ามกำลังงอแง

หากลูกกำลังร้องไห้งอแงอยู่ คุณแม่ไม่ควรที่จะให้ลูกนอนใน เปลไกวเด็ก อย่างทันที เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกว่าถูกบังคับให้นอน แต่คุณแม่ควรโอ๋หรือปลอบโยนให้ลูกหายงอแงก่อนแล้วจึงให้นอนใน เปลไกวเด็ก

คุณแม่ที่ต้องการฝึกให้ลูกนอน เปลไกวเด็ก จะต้องรู้ข้อห้าม ข้อควรระวังเพื่อให้ลูกได้นอนอย่างเต็มอิ่มและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

https://www.youtube.com/watch?v=ltsp822VUEI