เปลเด็กอ่อนช่วยกระตุ้นฮอร์โมน

เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงทราบดีว่าในช่วงการนอนหลับของลูกน้อยนั้น ร่างกายของเค้าจะมีการหลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยสร้างความเจริญเติบโตและเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกาย กล่าวคือ การนอนหลับสนิทนั้นจะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เค้ามีพัฒนาการที่ดีตามวัยนั่นเอง

เปลเด็กอ่อนนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้การเลี้ยงลูกนั้นเป็นไปด้วยความราบรื่น เพราะมีในหลายๆ ช่วงเวลาที่เค้าต้องการให้เราอยู่ข้างๆ ในขณะที่กำลังจะผลอยหลับไป หากเค้าไม่รู้สึกตัวว่าแม่กำลังกล่อมอยู่ เค้าก็อาจจะหลับยากหรือสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นหากเรามีเปลเด็กอ่อนที่สามารถทำให้เค้ารู้สึกว่าได้รับการกล่อมอยู่ตลอดเวลา ก็จะช่วยให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณพ่อคุณแม่อยู่ข้างๆ ตลอดเวลา  จึงทำให้เค้าหลับสนิทได้อย่างไม่มีความกังวล

อย่างไรก็ตามการนอนในเปลเด็กอ่อนนั้นก็ไม่เหมือนกับการนอนบนที่นอนธรรมดา เพราะเราจะต้องให้ลูกนอนหงาย เพื่อลดความเสี่ยงของการนอนคว่ำหน้าจนอาจจะเสียชีวิตแบบกระทันหัน ดังที่ปรากฏอยู่ในข่าวอยู่บ่อยๆ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องฝึกให้ลูกนอนหงายในเปลเด็กอ่อนด้วย เพื่อป้องกันเค้าจากภาวะที่แสนอันตรายนั้น ถึงแม้ว่าจะมีเด็กเล็กหลายๆ คนที่ไม่ชอบนอนหงาย แต่เราก็ควรเดินไปเช็คเป็นระยะๆ ว่าเค้ามีการนอนคว่ำหรือไม่

บรรยากาศในการนอนนั้นก็มีส่วนในการรบกวนเค้าได้ ซึ่งอาจจะทำให้เค้าสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทำให้พัฒนาการของเค้านั้นไม่มีประสิทธิภาพได้ สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการนอนของลูกน้อยจะต้องไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ เลย เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ในช่วงกลางวันจนถึงบ่าย แต่ถ้าหากไม่อยากให้ห้องดูมืดจนเกินไปก็อาจจะใช้ผ้าม่านทึบแสงที่ทำให้แสงลอดเข้ามาพอสลัวๆ อุณหภูมิในห้องควรจะอยู่ที่ประมาณ 25 องศา เพื่อไม่ให้เย็นจนเกินไป เพราะเค้าอาจจะเป็นหวัดได้

เมื่อพาลูกลงไปนอนในเปลเด็กอ่อนแล้ว ก็ควรจะจัดที่นอนภายในเปลให้ดี เบาะนอนของลูกจะต้องมีความนุ่มปานกลาง ไม่ควรนุ่มจนเกินไป เพราะในช่วงที่พลิกตัวก็อาจจะทำให้เค้าหันหน้าจนเบาะนอนอุดจมูกและปาก ทำให้หายใจไม่ออกได้ หากลูกน้อยมีการปัสสาวะรดเปลเด็กอ่อน ก็ควรจะรีบทำความสะอาดโดยไว ถ้าหากว่ากลัวจะมีการซึมเปื้อนของปัสสาวะหรืออุจจาระของลุกมากเกินไป ก็อาจจะใช้แผ่นยางรองเอาไว้ใต้เปลของลูกก่อน แล้วค่อยวางฟูกลงไปทับอีกชั้น เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เซ้นซิทีฟกับเชื้อโรค เชื้อราจากการหมักหมมมาก อาจจะทำให้เกิดปัญหาผดผื่นได้ได้ภายหลังค่ะ

เตรียมรับมือหน้าฝนนี้เพื่อลูกน้อยสุดที่รักของคุณ กับเปลไฟฟ้าคุณภาพ

หน้าฝนกำลังใกล้เข้ามาแล้ว! เมื่อถึงหน้าฝนทีไรโรคยอดฮิตที่จะเป็นกันทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เลยก็คือโรคหวัดซึ่งมักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ผู้ใหญ่อย่างเราๆ เป็นแล้วเดี๋ยวไม่นานก็หายแต่ลูกน้อยของเรา นี่สิปัญหาใหญ่เลย! เมื่อลูกเกิดเป็นหวัดขึ้นมาเปลไฟฟ้าก็ไร้ค่าทันทีเลยเพราะเจ้าตัวน้อยจะคอยร้องไห้งอแงตลอดเวลาเพื่อให้เราอุ้มเขา

นอกจากนั้นอาจจะทำให้เขารับประทานอาหารได้น้อยลงด้วยซึ่งแน่นอนคุณพ่อคุณแม่อย่างเราต้องวิตกกังวลและเป็นห่วงเป็นธรรมดา ไม่ว่าเราจะป้องกันไม่ให้ลูกน้อยของเราโดนฝนแล้วแต่ยังไงเสียก็ไม่พ้นละอองฝนที่พัดเข้ามาอยู่ดี ฉะนั้นแล้วก่อนที่ฤดูฝนจะเข้ามาอย่างเต็มที่ในไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า คุณพ่อคุณแม่เองลองมารับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่เราจัดหามาให้เพื่อจะได้ใช้รักษาและป้องกันลูกน้อยเมื่อเป็นหวัดกัน

ลูกน้อยก็เป็นหวัดง่ายกว่าวัยผู้ใหญ่นะ

เพราะเด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงมากพอและการสร้างภูมิคุ้มกันของเด็กๆ นั้นจะค่อยๆ พัฒนาไปตามการเจริญเติบโตของร่างกาย เพราะเชื้อที่ทำให้เกิดไข้หวัดไม่สบายนั้นมีกันหลายชนิดมาก ที่มากับละอองฝนแต่เมื่อหายจากอาการหวัดแล้วร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อปกป้องได้เองอัตโนมัติ เปลไฟฟ้าช่วยได้

เมื่อลูกเป็นไข้ไม่สบายๆ ไม่ควรสระผมให้

ในทางการแพทย์นั้นอาจยังไม่มีการรายงานการยืนยันที่แน่ชัดว่าการสระผมให้เด็กที่ไม่สบายจะทำให้เด็กหายช้าหรือป่าว แต่จากประสบการที่เกิดมากับตัวเอง จากเพื่อนบ้าน และจากผู้ใหญ่ ก็อธิบายเป็นเสียงเดียวกันว่าอาจทำให้เด็กหายช้าได้และไม่ควรที่จะสระเด็ดขาด เปลไฟฟ้าช่วยได้

เมื่อลูกเจ็บคอ อาหารเริ่มเรียกของหวัด

การที่ลูกน้อยของเราไม่สามารถทานนมหรือรับประทานอาหารได้น้อยเพราะสาเหตุการเจ็บคอ ส่วนใหญ่อาการเจ็บคอมักจะเป็นอาการเริ่มแรกของการเป็นไข้หวัดดังนั้นเมื่อลูกน้อยมีอาการดังกว่าควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับแนวทางป้องกันจะดีกว่า เปลไฟฟ้าช่วยได้

ข้อแนะนำ : หากฝนตกควรพาลูกน้อยเข้าไปอยู่ในบ้านไม่ควรอยู่บริเวณภายในบ้านที่ไม่มีวัสดุกำบังหรือจับลูกนอนเปลไฟฟ้าไปก่อน ในกรณีเด็กโตควรให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านและห้ามไม่ให้ออกไปเล่นนอกบ้านหรือบริเวณบ้านในขณะที่ฝนตกอยู่ถึงจะไม่โดนฝนไปเต็มๆ ก็อาจจะโดนละอองฝนที่พัดเข้ามาก็ได้ เปลไฟฟ้าช่วยได้

ดังนั้นก่อนจะถึงหน้าฝนนี้เตรียมความพร้อมไว้ให้ดี ทั้งร่ม ทั้งหมวก และอุปกรณ์กันฝนในกรณีที่คุณจำเป็นจะต้องพาลูกน้อยออกไปข้างนอก

วิธีทำความสะอาดเปลเด็กอ่อน

เปลเด็กอ่อนนั้นนอกจากเราจะใช้ประโยชน์จากเปลพวกนี้แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่จะขาดไม่ได้เลยคือความสะอาดของเปลเด็กอ่อนเพราะว่าภูมิคุ้มกันของเด็กนั้นยังไม่แข็งแรงเจอสิ่งสกปรกเข้าไปนิดหน่อยก็สามารถทำให้เด็กไม่สบายได้แล้ว ฉะนั้นเปลเด็กอ่อนควรจะต้องสะอาดอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็หมายถึงพ่อแม่ต้องคอยทำความสะอาดอยู่เสมอไม่ว่าจะเวลาใดก็ตาม การทำความสะอาดเปลเด็กอ่อนนั้นไม่ควรกำหนดเวลาในการทำความสะอาดแต่ต้องทำทุกเมื่อเมื่อเปลสกปรกทำทุกวันยิ่งดี ทำทุกครั้งที่เปลเด็กอ่อนว่างจากลูกนอนยิ่งดีเพราะยิ่งสะอาดเท่าไหร่โอกาสที่ลูกน้อยจะไม่สบายยิ่งลดน้อยลงเท่านั้นด้วย

จากที่กล่าวจะเห็นได้ว่าการทำความสะอาดเปลเด็กอ่อนของลูกนั้นสำคัญอย่างมากเช่นเดียวกับการใช้งาน โดยการทำความสะอาดเปลเด็กอ่อนนั้นก็ไม่ได้มีอะไรพิศดานล้ำลึก เพราะมันทำได้ง่ายมากๆ ขั้นตอนการทำความสะอาดก็มีดังนี้ อันดับแรกต้องทำความสะอาดเบาะรองนอนของเด็กก่อน โดยทั่วไปแล้วเปลเด็กอ่อนนั้นจะมีเบาะรองนอนอยู่หรือถ้าไม่ใช่เบาะก็อาจจะเป็นอย่างอื่นแทน การทำความสะอาดนั้นต้องเริ่มที่เบาะรองนอนนี่ก่อน ทำได้โดยการเอาเบาะรองนอนออกมาจากเปลเด็กอ่อนก่อน แล้วให้ถอดปลอกเบาะรองนอนออกนำไปซักทำความสะอาดแล้วตากแดดให้แห้ง ส่วนตัวเบาะเองก็นำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื่อโรคที่อาจมีอยู่ที่ตัวเบาะด้วย หลังจากนั้นก็ไล่ไปทำความสะอาดที่ตัวเปล หากตัวเปลเป็นมุ่งก็ให้ใช้ไม้ขนไก่ปัดไล่ฝุ่นหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กไล่ดูดฝุ่นให้ทั่วๆแล้วนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค หากเป็นพลาสติกหรือวัสดุอื่นๆที่โดนน้ำได้ก็ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดมาดๆไล่เช็ดให้ทั่วตัวเปลเด็กอ่อน เสร็จแล้วนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคอีกที ต่อมาเป็นการทำความสะอาดโครงขงเปลหรือขาของเปลเด็กอ่อน ใช้ผ้าชุบน้ำบิดมาดๆแล้วเช็ดให้สะอาดแล้วนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคเช่นกัน

กล่าวโดยสรุปการทำความสะอาดเปลเด็กอ่อนนั้นต้องทำอย่างไม่ระบุเวลา สกปรกเมื่อไหร่ก็ทำเมื่อนั้น ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วว่าในแต่ละวันนั้นเปลเด็กอ่อนจะต้องถูกใช้งานและเกิดความสกปรกเพราะฉะนั้นการทำความสะอาดนั้นควรจะทำทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรค ฝุ่นสะสมที่เปลเด็กอ่อนของลูกเราจนเกินไป ซึ่งเชื้อโรค ฝุ่นเหล่านี้ล้วนแต่จะนำความไม่สบายมาสู่ลูกน้อยของเรา

5 สิ่งที่ทำให้ลูกหลับยากแก้ด้วย เปลไกวไฟฟ้า

 

คุณแม่เคยพบปัญหาลูกหลับยากไหม ต่อไปนี้ปัญหาลูกหลับยากจะหมดไป เพียงแค่คุณแม่ต้องหาเหตุผลที่ทำให้ลูกหลับยากและแก้ไขสิ่งเหล่านั้นให้ตรงจุด ปฏิเสธไม่ได้ว่าการนอนมีความสำคัญมากต่อลูกในวัยเด็กซึ่งเป็นวัยที่ควรนอนให้มากในเวลาที่เหมาะสม เปลไกวไฟฟ้า เป็นเครื่องใช้หนึ่งที่คุณแม่เลือกเพื่อแก้ไขปัญหาลูกหลับยาก โดยสาเหตุที่ทำให้เด็กหลับยากมีดังต่อไปนี้

เสียงรบกวน

บริเวณที่ลูกนอนไม่ควรมีเสียงรบกวนใดๆ เพราะเสียงรบกวนเป็นสิ่งที่ทำลายการนอนของเด็ก ดังนั้นในการวาง เปลไกวไฟฟ้า ควรเลือกวางในบริเวณที่ไม่มีเสียงรบกวน อีกทั้งยังควรเปิดเพลงเบาๆ ดนตรี หรือนิทานขณะที่เด็กนอนเพื่อสร้างการนอนที่ดีและสร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็ก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเด็กคือหลับง่ายขึ้น

ความร้อน

ความร้อนที่เกิดจากการอบอ้าวของอากาศหรือแสงแดดล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไม่สบายตัวในเวลานอน โดยเฉพาะในการนอนเวลากลางวัน  เปลไกวไฟฟ้า  จึงมีการระบายอากาศที่ดีไม่มีความร้อนสะสมในเครื่องนอน ซึ่งคุณแม่ก็ควรที่จะวาง เปลไกวไฟฟ้า ในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทและไม่มีแสงแดดส่องโดยตรง

ความอับชื้น

ความอับชื้นอาจเกิดจากเหงื่อ การปัสสาวะหรืออุจจาระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวเวลานอน ดังนั้น  เปลไกวไฟฟ้า  จึงมีฟังก์ชั่นในการเตือนค่าความอับชื้นเมื่อมีความอับชื้นเกิดขึ้น คุณแม่จึงสามารถทราบและเปลี่ยนผ้าอ้อมทำให้ลูกสบายตัวและนอนได้สนิทมากขึ้น

ที่นอน

ที่นอนก็เป็นสิ่งสำคัญมากใน  เปลไกวไฟฟ้า  ที่เลือกใช้ที่นอนที่สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่มีการสะสมความร้อนในที่นอน ทำให้ในเวลานอนของลูก ลูกก็จะสบายตัวไม่ระคายเคืองผิว เนื้อผ้าของที่นอนเสียดสีทำให้เกิดอาการหงุดหงิดหลับไม่สนิท

บรรยากาศห้องนอน

บรรยากาศของห้องนอนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่มีผลมากต่อการนอนของลูก ดังนั้นในการวาง  เปลไกวไฟฟ้า  ควรวางในห้องที่มีบรรยากาศดี ตกแต่งด้วยการทาสี หรือของเล่นที่ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกน้อย และที่สำคัญควรวางในตำแหน่งที่เหมาะสมไม่ใกล้พัดลมหรือแอร์มากเกินไป

เปลไกวไฟฟ้า มีส่วนช่วยอย่างมากในการแก้ไขปัญหาลูกหลับยาก เพราะ  เปลไกวไฟฟ้า  ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีการทดสอบแล้วว่าเด็กมีความต้องการแบบใดในการนอนที่สามารถทำให้หลับง่ายขึ้น หลับลึก หลับสนิทมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการฝึกการนอนตรงเวลามากขึ้นด้วย

เปลไกวไฟฟ้าความนิยมในปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้ได้มีธุรกิจเกี่ยวกับ เปลไกวไฟฟ้า นั้นกำลังเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจจากเหล่าบรรดาคุณแม่ลูกอ่อนอย่างเราๆกันเป็นอย่างมากเลยนะคะ ก่อนหน้านี้ดิฉันเป็นพนักงานบริษัทค่ะแต่เมื่อมีลูกน้อยต้องออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกน้อยนั่นเองค่ะ ซึ่งมีพี่ที่ทำงานคนหนึ่งมีอาชีพเสริมคือการขายของออนไลน์ขายของออนไลน์ ดิฉันเลยตัดสินใจอยากทำบ้างเพราะว่าอยู่บ้านเลี้ยงเจ้าตัวเล็กก็ไม่ได้วุ่นวายอะไรอยู่แล้ว เพราะปกติแล้วตัวเล็กก็จะนอนสบายอยู่ใน เปลไกวไฟฟ้า นั่นเองค่ะ ดิฉันตัดสินใจเอาเงินเก็บมาเปิดร้านขายสินค้าเกี่ยวกับเด็กก็พอขายได้ค่ะ บวกกับพี่คนดังกล่าวสอนเรื่องการขายออนไลน์หรือขายผ่านเฟชบุ๊คค่ะ ทุกอย่างไปได้ด้วยดี ก็เพิ่มชนิดของเกี่ยวกับเด็กมากขึ้น จนกระทั่งถึง ตอนแรกก็ขายดีค่ะ เพราะคนไทยเห่อของใหม่ เลยทำให้ดิฉันสต๊อก เปลไกวไฟฟ้า ไว้มากพอสมควร แต่พอช่วงหลังๆ ขายเริ่มช้าลง เพราะคนที่ซื้อไปแล้วเค้าก็ไม่ได้มาซื้อใหม่ เพราะ เปลไกวไฟฟ้า ไม่ใช้สินค้าอุปโภคที่ใช้แล้วหมดไป บางคนชอบแต่ราคาก็เกินงบของครอบครัว บางคนอยากได้แต่ลูกโตเกินไป บางคนอยากได้แต่ยังไม่มีน้อง เพราะความน่ารักและน่าใช้ของ เปลไฟฟ้า ทำให้ทุกคนอยากได้ แต่ก็มีเหตุผลต่างๆ กันไป ธุรกิจมาช้าลง ทำให้ดิฉันหาทางหรือหาทำเลใหม่ เมื่อมีโอกาสกลับต่างจังหวัด เพื่อไปเยี่ยมพี่สาว บวกกับความเครียดอยากพักเลยกับไปปรึกษาพี่สาวและได้รับคำแนะนำว่ามาเปิดร้านที่บ้านจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าร้าน และลองมาเปิดตลาดที่ต่างจังหวัดดู ส่วนขายออนไลน์อยู่ตรงไหนก็ขายได้ สุดท้ายดิฉันย้ายกลับมาเปิดร้านที่บ้านค่ะ เพราะบ้านอยู่ติดตลาด ทำเลก็โอเคค่ะ ขนทุกอย่างกลับมา รวมถึง เปลไกวไฟฟ้า ด้วย ด้วยความที่สต๊อคของไว้หลายรุ่น พอมาเปิดร้านใหม่ก็เลยประกอบโชว์ เพื่อขายไว้หลายตัว ลูกค้าจะได้รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง และอีกอย่างเวลาลูกค้าสนใจจะได้ทดลองการใช้งาน ได้เลยทันทีค่ะ เปลไกวไฟฟ้าได้รับความนิยมมาก แต่ด้วยบางรุ่นราคาค่อนข้างสูง ลูกค้าเลยขอผ่อนชำระ ด้วยความที่ดิฉันมั่นใจในคุณภาพสินค้าค่ะ ถึงวันนี้ธุรกิจกำลังไปได้สวยค่ะ เป็นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะการที่ได้ใช้ด้วยตัวเองแล้เห็นว่าดี เห็นว่าคุณภาพสุดยอดสามารถบรรเทาอาการเหนื่อยอย่างคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแบบเราได้ จึงเปิดเป็นธุรกิจขึ้นมาก็สามารถเป็นที่พึ่งพิงในการเลี้ยงเราและเลี้ยงลูกได้อย่างอย่างดีทีเดียวเลยนะคะ คุณแม่ท่านไหนที่กำลังเจอปัญหาในการเลี้ยงลูกเชื่อดิฉันเถอะค่ะ เปลไกวไฟฟ้า สามารถช่วยคุณได้

ชนิดของเปลไกวเด็ก

เปลไกวเด็ก หากจะพูดแบบกว้างๆ ก็คือเปลทั่วๆ ไปที่ใช้ในการไกวให้เด็กนอนนั่นเอง โดยเปลไกวนั้นจะมีหลายแบบด้วยกันทั้งแบบที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน พวกเปลผ้าขาวม้าที่นำผ้าขาวม้ามาถูกติดกับเชือกแล้วนำไปผูกกับต้นเสาเฉยๆ หรือจะเป็นเปลอวน ที่นำอวนมาผูกติดกับต้นเสาและให้เด็กนอนนั่นเอง แต่เปลแบบนี้จะต้องเอาที่นอนหรือผ้ามารองอีกที เพื่อไม่ให้เกิดอาการเจ็บหลังได้นั่นเอง แต่หากจะนึกถึงเปลสมัยใหม่ ก็จะเป็นพวกเปลไฮเทค อย่างเปลญวน เปลไฟฟ้า เปลอัตโนมัติและเปลไกวอัตโนมัตินั่นเองค่ะ ซึ่งเปลเหล่านี้จะเป็นเปลที่พัฒนาขึ้นมาด้วยเทคโนดลยีที่ล้ำลึก ทำให้เปลได้มาตรฐานและมีคุณภาพมากกว่าเปลภูมิปัญญาทั่วๆ ไป แถมยังได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ ในเรื่องของคุณภาพว่าใช้ดี คงทน และช่วยให้เด็กนอนหลับได้ง่ายขึ้น นอนสบายและหลับลึกอีกด้วย

เปลไกวเด็กแบบไหนดีกว่ากัน

เปลไกวเด็ก แบบไหนดีกว่ากัน หากจะพูดในด้านของความสบายของลูกน้อยและประโยชน์ของมันก็ต้องเปลไกวเด็กแบบไฮเทคเลยล่ะ เพราะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเด็กโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นผ้าเปลนุ่ม อากาศถ่ายเทสะดวก หรือจะเป็นระบบไกวปลอัตโนมัติ ด้วยความแรงที่ทำให้เด็กรู้สึกเคลิ้มหลับได้ง่ายพอดี จึงทำให้เด็กนอนหลับได้ง่ายขึ้นกว่าเปลทั่วๆ ไปนั่นเอง แต่หากจะกล่าวถึงด้านความประหยัดล่ะก็ เปลไกวเด็ก แบบดั้งเดิมหรือแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน จะประหยัดมากกว่าทีเดียว เพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อ แต่ในด้านของความสบายของลูกน้อยเกือบจะติดลบเลยล่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ลูกน้อยนอนหลับอย่างสบายยอมลงทุนสักนิดจะดีกว่านะคะ เพราะนอกจากจะทำให้เขาสะดวกสบายแล้วยังทำให้เขามีพัฒนาการที่ดีและรวดเร็วสมวัยอีกด้วย

เปลไกวเด็กมีกี่แบบ

เปลไกวเด็ก โดยหลักๆ แล้วจะมีอยู่สองแบบด้วยกัน คือแบบที่เหมาะกับเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี และแบบที่เหมาะกับเด็ก 1 ปีขึ้นไปนั่นเอง โดยแบบแรกนั้นจะเป็นเปลไกวเด็กแบบไม้ Woodly แต่คุณภาพก็เหลือล้นเลยล่ะ แถมยังทำความสะอาดได้ง่ายด้วยนะ ส่วนแบบที่สองจะเป็นเปลไกวเด็กแบบ Montessori สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น มีฐานที่มั่นคงมากกว่าและยังมีขนาดใหญ่กว่าทำให้เด็กพลิกตัวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ไม่ว่าแบบไหนก็ช่วยให้เด็กนอนหลับง่ายขึ้นทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหากอยากให้ลูกน้อยนอนหลับเร็วขึ้นก็อย่าลืมเลือกเปลไกวเด็กที่มีคุณภาพมากที่สุดให้กับเขานะคะ

เลือกเปลญวนเด็กที่ระบายอากาศได้ดี

 

เปลญวนเด็ก ที่ดี ไม่ใช่แค่เฉพาะ ความทนทาน วัสดุที่แข็งแรงหรือโครงสร้างที่มาใช้ทำเท่านั้น แต่สำคัญก็คือ การถอดซักทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่ และเนื้อผ้าที่ใช้ทำเปลมีความระคายเคืองต่อเด็กหรือไม่ ระบายอากาศได้ดีหรือไม่ เนื่องจากเด็กๆหลายคนที่มีอาการภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นแพ้เหงื่อ แพ้อากาศ แพ้ขนสัตว์ แพ้ไรฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ เรียกว่าสารพัดการแพ้ หรือบางคนก็แพ้ทุกๆอย่าง  ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยซื้อยาทาแก้ผื่นคันมาติดไว้ในตู้อยู่เป็นประจำ เพราะผิวของเด็กๆนั้นบอบบางและไวต่อการสัมผัสมาก จึงไม่ควรมองข้ามหากจะเลือกซื้ออุปกรณ์ใดๆเกี่ยวกับเด็ก

อย่าง เปลญวนเด็ก นี้ก็เช่นเดียวกัน หากผ้าที่ใช้ทำเปลไม่มีการระบายอากาศที่ดี อาจจะทำให้เด็กเกิดอการผดผื่นคันหรือแพ้ได้ง่าย เช่น เมื่อเด็กนอนไปแล้วเกิดเหงื่อขึ้นมา ไม่มีการระบายได้ดี เหงื่อที่เป็นสิ่งสกปรกนั้นก็จะหมักหมม ทำให้เด็กเกิดอาการคัน หรือหากเกิดความชื้นขึ้นมาก็เป็นอันตรายเนื่องด้วยพวกเชื้อรา เพราะนอกจากการคันตามข้อพับแขนขาแล้ว เด็กบางคนอาจจะคันหลัง คันศรีษะได้อีกเช่นกัน

ผ้าที่ใช้ทำเปลญวนเด็ก จึงมีความสำคัญไปไม่น้อยกว่าโครงสร้าง หรือวัสดุที่ใช้มาทำเปล เพราะหากเด็กมีอาการแพ้ใยสังเคราะห์ต่างๆเหล่านี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเสียเงินซื้อมาใหม่อีก ฉะนั้นหากจะต้องการซื้อ เปลญวนเด็ก ก็ควรพิจารณาว่าผ้าที่ใช้ทำเปลเป็นอย่างไร โดยสัมผัสที่มือก็ได้ ว่ามีลักษณะที่หยาบหรือไม่ มีความละเอียดอ่อน ยืดหยุ่นดีหรือไม่ ระบายอากาศได้ดีหรือไม่

อีกประการหนึ่งก็คือ เวลาที่เด็กนอนใน เปลญวนเด็ก นั้น หากคุณพ่อคุณแม่ใช้เบาะนอนต่างๆมาให้เด็กนอนทับอีกครั้งหนึ่งก็ควรจะต้องดูเบาะนอนนั้นด้วยว่ามีการระบายอากาศได้ดีหรือไม่ มีการใช้ผ้าชนิดใดทำ เพราะในบางครั้งแม้เด็กจะไม่ได้แพ้ใยผ้าจากที่ใช้มาทำเปลญวนเด็ก แต่ก็อาจจะแพ้เนื้อผ้าที่ใช้มาทำเบาะนอนของเด็กๆ ก็ได้ แล้วอีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องของผ้าอ้อมที่เด็กอาจจะแพ้ใยผ้าที่นำมาทำผ้าอ้อมก็ได้ เพราะมีเด็กหลายคนที่มีอาการผื่นคันจากการแพ้ผ้าอ้อม นอกจากนี้หากเด็กมีอาการแพ้ผื่นคัน แล้วยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าแพ้จากเนื้อผ้าหรือสิ่งใดกันก็ให้ดูที่น้ำยาซักผ้าด้วย หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากเด็กบางคนก็แพ้น้ำยาบางชนิด บางยี่ห้อเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผื่นคันได้อีกเหมือนกันเนื่องจากเรื่องของเด็กเล็กนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

เปลไฟฟ้าช่วยแก้ปัญหาการนอน

เปลไฟฟ้า เป็นเปลที่สามารถไกวได้เองโดยอัตโนมัติหรือเรียกกันว่าเปลไกวไฟฟ้านั้นเอง แต่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่าง เราลองมาดูปัญหาส่วนใหญ่ของคุณแม่มือใหม่ก่อนนะคะ ส่วนใหญ่แล้วปัญหาก็น่าจะเป็น เรื่องของเวลาที่น้อยเมื่อคุณมีลูกแล้ว คุณแม่ต้องทำอย่างไรเพื่อได้ให้เวลากับลูกและครอบครัวเพิ่มมากถึง ซึ่งก็เป็นเรื่องยากอยู่พอสมควรเลยนั่นเองค่ะ เพราะเวลาส่วนใหญ่เราต้องให้กับลูก และแน่นอนปัญหาเบสิกก็คือการที่คุณแม่อย่างเราจะต้องมาคอยนั่งไกวเปลเป็นเวลานานนาน และไหนจะค่าใช่จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น กับรายได้ที่ต่ำลงตามเวลา ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวชีวิตของคุณแม่เลยจริงจริง แบบที่ไม่มีทางเลือกแน่นอน (เพราะตอนนั้นยังไม่มี เปลไฟฟ้า )  ตอนนี้ครอบของเรากำลังจะมีลูกคนแรก ตอนนี้ดิฉันกำลังจะได้ชื่อว่ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วนั่นเองค่ะส่วนคุณพ่ออย่าได้กล่าวถึงดีใจไปสามบ้านแปดบ้านไปเลยทีเดียว พอพอลองนึกถึงอนาคตก็ได้รู้ว่าปัญหาที่พวกเรากำลังจะเผชิญนั้นคงจะใหญ่มากเลยทีเดียวนะคะ เมื่อคิดถึงการเลี้ยงทารกสักคนแล้วเป็นที่น่าเหนื่อยยิ่งนักเลยค่ะ เพราะว่าครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ แม่ของเราก็ป่วยหนัก ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ร้อยเปอร์เช็น การดูแลแม่ก็จะต้องเป็นดิฉันกับสามีและน้องสาวอีกคนหนึ่งนั่นเองค่ะ เพราะเรามีกันแค่สามคน อีกทั้งสามีตอนนี้กำลังทำงาน อาชีพรับรัชกาลครู ส่วนตัวดิฉันเองประกอบอาชีพเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแถวแถวบ้าน ส่วนตัวน้องสาวของดิฉันเปิดร้านขายของชำเล็กเล็กที่บ้าน เพราะเธอจะต้องมีหน้าที่ค่อยดูแม่ที่ป่วยกับลูกของเขาที่กำลังจะคลอดในไม่ช้า  พ่อของเจ้าตัวเล็กเขาเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะค่าใช่จ่าย หรือ อุปกรณ์เด็ก เช่น เปลญวนอัตโนมัติ ขวดนม และอุปกรณ์ต่างต่าง ฉันเลยได้คิดขึ้นมาว่า การที่จะเลือกซื้อเปลไฟฟ้านั้น เราควรที่จะเลือกแบบที่คุ้มค่า คุ้มราคากับการใช้งาน และยังสามารถช่วยเราได้แบบจริงจริง ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของคุณแม่บ้านหลายหลายท่านเลย ก็คือ เปลไฟฟ้านั่นเองค่ะ ตอนนี้กำลังมาแรงเลยค่ะ ตัวฉันเองก็อยากจะหาสิ่งดีดีเพื่อน้อยและยังสามารถแบ่งเบาการเลี้ยงดูของฉันได้จริงจริง ฉันเลยตั้งสินใจซื้อ เปลไฟฟ้าที่ใช้กระแสไฟบ้านที่ต่ำ จึงไม่กินไฟหรือทำอันตรายแก่ผู้ใช้งานได้ แถมยังสะดวกและประหยัดอีกต่างหาก  และพบกับความถูกใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวดังนั้นจึงไม่ผิดหวังเลยนะคะกับการตัดสินใจในครั้งนี้นั่นเองค่ะ

การทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัติ

เปลไกวอัตโนมัตินั้นเป็นที่รู้จักกันดีเนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไปความเคยชินในการใช้อัตโนมัติ ยุคปัจจุบันไม่ว่าจะจับจะถืออะไรทุกอย่างล้วนแต่เป็นของอัตโนมัติทั้งนั้น เปลไกวอัตโนมัติก็ถือเป็นของอัตโนมัติชิ้นหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากพ่อแม่ผู้ปกครองเพราะด้วยความเป็นอัตโนมัติของมันเองหลายๆคนก็คงอยากจะรองใช้ความอัตโนมัติของมันอยู่ว่ามันจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้มากแค่ไหนกัน

เปลไกวอัตโนมัตินั้นนอกจากเราจะใช้งานมันอย่างเดียวแล้วเราต้องทำความสะอาดเจ้าเปลตัวนี้ด้วย โดยการทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัตินั้นก็ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากอะไรเลย และไม่ต้องใช้กำลังมากก็สามารถทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัติได้แล้ว ขั้นตอนการทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัตินั้นสามารถทำได้ง่ายๆ 2 ขั้นตอนคือการทำความสะอาดตัวเปลและเครื่องนอนนั่นก็คือเบาะรองนอนและอุกปกรณ์เสริมต่างๆ ขั้นตอนนี้เริ่มจากการสำรวจก่อนว่าถอดปลั๊กเรียบร้อยหรือยัง และเริ่มถอดกล่องเครื่องไกวอัตโนมัติออกก่อน จากนั้นก็จะเป็นเบาะรองนอน ให้ถอดปลอกเบาะออกไปซักส่วนตัวเบาะให้เอาไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค จะเหลือโครงเปลไกวอัตโนมัติให้เราเอาผ้าไปชุบน้ำแล้วบิดให้มาดๆแล้วเช็ดทำความสะอาดตามโครงของเปลจนสะอาด แค่นี้ก็ถือว่าสำเร็จไปแล้ว 1 ขั้นตอนในการทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัติ ต่อไปจะเป็นการทำความสะอาดขั้นที่สอง

ขั้นที่สองนี้จะเป็นการทำความสะอาดเครื่องไกวเปลอัตโนมัติที่เราถอดออกในขั้นตอนแรก ให้ถอดฝาครอบออกอาจจะต้องใช้ไขควงช่วยในการถอดฝาครอบ เมื่อถอดฝาครอบเสร็จแล้วให้ใช้ไดเป่าผมของคุณแม่ในการเป่าทำความสะอาดให้ทั่วๆตัวเครื่องเพื่อไล่ฝุ่นออกจากตัวเครื่อง และให้สังเกตตัวเครื่องให้ดีท่านจะเห็นชุดฟันเฟืองอยู่ให้สังเกตว่าจาระบีสีขาวๆที่ฟันเฟืองหมดหรือยังถ้าหมดแล้วให้เอาจาระบีสีขาวเข้าใส่ให้ฟันเฟืองเต็มไปด้วยจาระบีสีขาวๆนั้นหากซื้อเปลจากเราๆจะจัดให้ในตอนจัดส่งของถือเป็นของสมนาคุณลูกค้า แต่ถ้าซื้อที่อื่นเราก็ไม่แน่ใจ ถ้าไม่มีก็หาซื้อได้แต่ควรจะเป็นสีขาวนะครับ ประกอบทุกอย่างเข้าที่เดิม เป็นอันว่าเสร็จสำหรับขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องไกวเปลอัตโนมัติรวมถึงการบำรุงรักษาด้วย

จากขั้นตอนที่กล่าวมาจะเห็นว่าการทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัตินั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดายจริงๆ ฉะนั้นคุณแม่ก็ไม่ควรที่จะมีข้ออ้างในการทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัติเพราะการทำความสะอาดเปลไกวอัตโนมัตินั้นอย่างน้อยควรจะเป็นอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือไม่ถ้าเป็นไปได้ก็สามวันครั้งก็ได้เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย

ร้านก๋วยเตี๋ยวก็ใช้เปลไกวไฟฟ้าเหมือนก

การทำงานไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดๆ ที่เป็นอาชีพหลักคอยหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของเราแล้ว เราทุกคนต่างจะโฟกัสลงไปในงานที่เราทำไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัวเท่าไร และถ้ายิ่งมีเด็กเล็กด้วยแล้ว ถ้าจะหยุดทำงาน ออกมาเลี้ยงเด็กอย่างเดียวคงไม่ได้เพราะต้องทิ้งรายได้ทั้งหมด ถึงแม้บางครอบครัวจะมีทั้งพ่อและแม่ที่หารายได้เข้าทั้งสองทางแต่ก็ยังจะต้องหากิจกรรมหรืองานอื่นๆเสริม เพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อรายจ่ายกับลูกน้อยอีกหนึ่งชีวิต

มีประสบการณ์จากร้านอาหารทั่วๆไปอย่างเช่นร้านก๋วยเตี๋ยวที่จะมาเล่าสู่กันฟังว่าทำไมร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้จึงต้องหันมาใช้เปลไกวไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ เมื่อก่อนร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา เป็นเพลิงเล็กๆอยู่ข้างริมถนน แต่ความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ขายทำให้รสชาติเป็นที่โปรดปรานของใครต่อหลายคน จึงทำให้ขายดีมาก ในช่วงแรกๆ ก็ขายได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร แต่ในขณะเปิดร้านขายอยู่ทุกวันแก่ก็เริ่มตั้งครรภ์และขายไปเรื่อยๆจนถึงกำหนดคลอด

จากนั้นร้านก๋วยเตี๋ยวก็ต้องหยุดขายชั่วคราวเพราะเนื่องมาจากการคลอดบุตรของเธออีกทั้งยังจะต้องพักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรง หลังจากกลับมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอีกครั้ง บรรยากาศเก่าๆเดิมๆก็กลับมา คือไม่ว่าจะหยุดไปไม่กี่เดือนลูกค้าที่เป็นลูกค้าเดิมๆก็กลับมาใช้บริการ แต่การขายคราวนี้ไม่ง่ายเหมือนเดิม มีลูกจะต้องดูแลในช่วงแรกๆยังใช้เปลธรรมดาในการกล่อมลูกนอน

ประจวบกับลูกค้าที่เข้าร้านมาใช้บริการเยอะ จึงทำให้ไม่มีเวลากล่อมลูก จึงต้องปล่อยให้ลูกนอนทานนมและร้องไห้อยู่ที่เปล จึงทำให้เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวคิดขึ้นมาว่าจะจ้างคนมาขายก๋วยเตี๋ยวแทน แต่ก็มีลูกค้าเตือนว่าถ้าไม่ใช่ฝีมือเราเองรสชาติอาจจะไม่เหมือนเดิมและลูกค้าคนนั้นให้ลองไปหาซื้อเปลที่มันไกวอัตโนมัติอย่างเปลไกวไฟฟ้ามาใช้งาน แรกๆเจ้าของร้านไม่ค่อยเข้าใจ

จึงตัดสินใจไปซื้อมาทดลองใช้งาน ครั้งแรกที่ใช้งานเด็กมีอาการร้องบ้างเนื่องจากยังไม่คุ้นชินกับสถานที่ใหม่ แต่สำหรับคุณแม่ที่นำมาใช้งาน ทำให้แก่มีเวลาไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวโดยไม่ต้องกังวลว่าน้องจะไม่นอนหลับและไม่ต้องไกวเปลเองอีกด้วย ถึงแม้ลูกจะไม่ได้หลับเร็วเท่าทีควรแต่ไม่เกิน 10 นาที เปลไกวไฟฟ้าที่ไกวอัตโนมัติอยู่ก็สามารถกล่อมลูกเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหลับอย่างง่ายด้าย

จึงทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้เป็นแม่เป็นอย่างมาก แถมยังสามารถขายของได้ตลอดทั้งวันอีกด้วย สะดวกแบบนี้ก็มีเสียงบ่นออกมาว่า ทำไมไม่ใช้ตั้งแต่แรกนะ